หลายคนอาจมองว่าประกันแบบแยกค่าใช้จ่ายเข้าถึงง่ายกว่าเพราะมีราคาถูกกว่า แต่ความจริงแล้ว ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายก็มีความคุ้มค่าและยืดหยุ่นสูงสมราคา ซึ่งความคุ้มค่าที่ว่านั้น มีดังนี้:
ให้ความคุ้มครองสูงและครอบคลุม เหมาะกับการักษาโรคที่ซับซ้อนและร้ายแรงที่มีค่าใช้จ่ายสูงรวมถึงค่าใช้จ่ายแยกย่อยที่อาจเกิดขึ้น จ่ายแล้วครอบคลุม สามารถใช้งานได้จริง เอื้ออำนวยเรื่องแผนการเงินมากขึ้น
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจะมีวงเงินคุ้มครองที่สูงกว่าและมีขอบเขตที่ครอบคลุมโดยไม่มีการแบ่งแยกหรือจำกัดสัดส่วนวงเงินคุ้มครองแยกย่อยแบบประกันแบบอื่น
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้ได้หลากหลายตั้งแต่อุบัติเหตุไปจนถึงโรคร้ายแรง
การจ่ายเบี้ยประกันของประกันรูปแบบนี้จะอยู่ในลักษณะของการรวมจ่ายครั้งเดียวในรายปี และมีเบี้ยประกันที่สูงกว่าการจ่ายประกันแบบอื่นเพราะมีขอบเขตที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นกว่าประกันแบบอื่นมาก
เบี้ยประกัน
การจ่ายเบี้ยประกันของประกันรูปแบบนี้จะอยู่ในลักษณะของการรวมจ่ายครั้งเดียวในรายปี และมีเบี้ยประกันที่สูงกว่าการจ่ายประกันแบบอื่นเพราะมีขอบเขตที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นกว่าประกันแบบอื่นมาก
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาและการพักที่โรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าตรวจ และอื่น ๆ
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยนอกที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็น ค่าปรึกษา ค่าตรวจ ค่ายา และอื่น ๆ
การสำรองจ่ายนั้นจะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อยู่ในเงื่อนไข ได้แก่ โรงพยาบาลนอกเครือข่าย นอกเวลาทำการ รักษาในต่างประเทศ หรืออื่น ๆ โดยผู้ใช้ประกันต้องสำรองจ่ายก่อนจากนั้นจึงนำมาเบิกคืนกับทางประกันได้
ความคุ้มครองจะมีผลทันทีเฉพาะกรณีอุบัติเหตุ (Day 1) ส่วนการเจ็บป่วยทั่วไปหรือโรคร้ายแรงจะมีระยะรอคอยเสมอ
ประกันมักไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน การตรวจสุขภาพ การรักษาเพื่อความงาม การทำฟัน หรือการบาดเจ็บจากการกระทำที่เสี่ยงหรือผิดกฎหมาย (เช่น การทำร้ายตัวเอง)
หากมีประวัติโรคที่เป็นมาก่อน อาจไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงขึ้นมาก
เบี้ยประกันจะเพิ่มขึ้นตามอายุและความเสี่ยงในการเจ็บป่วย (อัตราการเจ็บป่วย/อัตรามรณะ) ผู้ที่มีประวัติสุขภาพที่เคยเจ็บป่วยแล้วอาจมีเบี้ยประกันที่สูงขึ้น
ประกันสุขภาพเหมาจ่ายเหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงด้านสุขภาพ ต้องการประกันที่มีขอบเขตการรักษาที่ครอบคลุมและยืดหยุ่น เป็นการจ่ายเงินก้อนเดียวจบ สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ